รู้แล้วจะน็อค !!! 4 ความลับที่ธนาคารไม่เคยบอก เวลาไปฝากเงิน
Oct 06, 2015 @ 14:30 By Admin
คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการนำเงินไปฝากธนาคารเพราะเชื่อว่าปลอดภัย เงินต้นไม่หาย แถมได้ดอกเบี้ยอีกต่างหาก และในปัจจุบันธนาคารต่างๆ ก็ออกผลิตภัณฑ์มากมายเพื่อดึงดูดให้เรานำเงินไปฝาก ยิ่งฝากมากยิ่งได้รับผลประโยชน์มาก โดยไม่เคยบอกเราเลยว่า เราจะเสียอะไรไปบ้างหากเรานำเงินออมทั้งหมดไปฝากไว้กับธนาคาร วันนี้เราจะมาเปิดเผยความลับทั้ง 4 กัน
 
1. ยิ่งฝากนานเงินยิ่งหาย
จากความเชื่อที่ว่าฝากแบงค์เงินต้นไม่หาย แถมได้ดอกเบี้ยสบายจะตาย เรื่องนี้มันถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะเงินต้นไม่หาย แต่มูลค่าเงินลดลงตลอดเวลาเนื่องจากเงินเฟ้อ
แล้วเงินเฟ้อคืออะไร??? เงินเฟ้อก็คือ ภาวะที่ราคาของสินค้าต่างๆ สูงขึ้น ทำให้มีเงินเท่าเดิมแต่ซื้อสินค้าได้น้อยลง หรือสรุปง่ายๆ คือมีเงินเท่าเดิม แต่มูลค่าของเงินลดลง เงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ประมาณ 3% แต่ดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปในปัจจุบันมักจะต่ำกว่า 3% เมื่อหักลบกันแล้ว มูลค่าของเงินก็ยังคงน้อยลงอยู่ดี
 
2. เสียโอกาสในการให้เงินทำงานแทนเรา
ข้อดีของเงินฝากคือ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและยามฉุกเฉินได้ทันที (ไม่รวมเงินฝากที่มีเงื่อนไขพิเศษ) แต่การฝากเงินมากเกินความจำเป็นทำให้เราเสียโอกาสนำเงินส่วนเกินไปลงทุนสร้างผลตอบที่ดีให้กับเราในอนาคต
หลายคนกลัวคำว่าลงทุน เนื่องจากมีความไม่แน่นอนและอาจขาดทุนได้ แต่จากสถิติพบว่าการลงทุนในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น โอกาสขาดทุนก็จะน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นยิ่งเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาลงทุนนานขึ้น โอกาสขาดทุนน้อยลง และเงินสามารถทำงานสร้างรายได้แทนเราได้นานขึ้นด้วย
 
3. ความฝันต่างๆ อาจจะไม่เป็นความจริง
ทุกคนมีความฝันของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเกษียณก่อนกำหนด เที่ยวรอบโลก มีบ้านหลังใหญ่ ส่งลูกเรียนเมืองนอก ความฝันเหล่านี้จะเป็นจริงได้จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก หลายคนคิดว่าพยายามเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะเอาเงินไปทำฝันให้เป็นจริงในวันข้างหน้า แต่การทำเช่นนี้อาจทำให้ความฝันเป็นจริงได้ยากมากหรือไม่มีวันเป็นจริงเลย จากเรื่องเงินเฟ้อในข้อแรก เราจะเห็นว่าฝากเงินในแบงค์ ยิ่งทำให้มูลค่าเงินลดลงทุกวัน เก็บเท่าไหร่ก็ไม่พอค่าใช้จ่ายอยู่ดี ดังนั้นควรแบ่งเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเรา และนำผลตอบแทนไปทำความฝันให้เป็นจริงในวันข้างหน้า
 
4. มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินคืนหากแบงค์ล้ม
เราเชื่อว่าฝากเงินไว้กับธนาคารไม่ต้องกลัวเงินต้นหาย แต่ในความเป็นจริงถ้าแบงค์เกิดเจ๊งขึ้นมาอย่างเช่นในปี 40 เราจะเอาเงินคืนจากใคร หลายคนบอกว่ามีพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองเงินฝากยังไงก็ได้คืนทั้งหมด
มันใช่!!! ถ้าเป็นเมื่อก่อน
 
แต่ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองเงินฝาก ไม่ได้คุ้มครองเงินเต็มจำนวนอีกต่อไป โดยวงเงินคุ้มครองจะค่อยๆ ลดลง ตามรูป
ขอบคุณข้อมูลจาก 
wealthguruconsulting.com
Comment
เนื้อหาอื่นๆ
4 วิธีใช้เงินแบบเศรษฐีญี่ปุ่น
คนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จต่างกันตรงไหน? ความสามารถ? สติปัญญา? รูปร่าง หน้าตา? คนญี่ปุ่นมองว่า คนสองกลุ่มนี้แตกต่างกันที่ “วิธีคิด” ค่ะ ลองมาดู 4 วิธีคิดของผู้บริหาร นักธุรกิจญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จกันนะค่ะว่า คนกลุ่มนี้มีวิธีใช้เงินที่แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างไร
เงินน้อยก็ลงทุนอสังหาฯได้ด้วยREIT(ตอนที่1)
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาวในอสังหาริมทรัพย์ด้วยการซื้อมาเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าเช่าเรื่อยไป
อายุน้อยก็บริหารเงินเพื่อคนที่เรารักได้
ทุกคนรู้ความจริงข้อที่ว่า \\\\\\\'ไม่มีใครเป็นอมตะ\\\\\\\' แต่ความตายเป็นความจริงที่แสนเศร้า เราเลยมักจะไม่คิดถึงมัน ทำเป็นลืมๆ มันไป นานิก็ลืมเรื่องนี้ไปนานมากแล้วเหมือนกันจนกระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อน นานิได้ข่าวว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมัธยมต้นได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เพื่อนคนนี้เพิ่งอายุ 21 เท่านั้นเอง นานิได้แต่ใจหาย เสียใจไปกับครอบครัวของเพื่อนและอธิษฐานขอให้เค้าไปสู่สุขคติ
สิ่งที่ควรและไม่ควรทำก่อนเริ่มธุรกิจ
“คนทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นเถ้าแก่หรือเปล่าครับ?” เด็กหนุ่มใส่แว่นดูเรียบร้อย ยกมือถามผมในสัมมนาแห่งหนึ่ง ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มคนนี้คนเดียว แต่เกือบทุกที่ที่ผมไปก็มักจะเจอความไม่แน่ใจ ความลังเลอยู่ในแววตาของรุ่นน้องเหล่านี้
ปลดหนี้บัตรกดเงินสด (ตอนที่ 2)
กลับมาต่อกันถึงเรื่องของการเป็นหนี้บัตรกดเงินสด ซึ่งจากที่ได้กล่าวไว้ในซีรีส์ที่ 1 ถึงประเด็นของการสมัครบัตรกดเงินสดนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานอะไรบ้าง โดยการสมัครบัตรกดเงินสดนั้นมีหลักการที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายเพียงแค่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า แท้จริงจุด
การซื้อบ้าน VS การลงทุน
บ้านนับเป็นหนึ่งในสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่แพงที่สุด การซื้อเพราะยังไม่มีบ้าน ซื้อเพราะต้องแต่งงานแยกครอบครัว ซื้อเพราะครอบครัวใหญ่ขึ้น ซื้อเพราะย้ายที่ทำงาน ซื้อเพราะรถติดไม่อยากเดินทางไปทำงานไกล ซื้อไว้หลบบ้านใหญ่ ซื้อไว้ให้บ้านเล็ก ฯลฯ เหล่านี้นับเป็นเหตุผลการซื้อบ้านที่หลายท่านก็เข้าใจอยู่แล้ว ไม่ต้องบรรยายกัน แต่นอกจากเหตุผลที่ว่าแล้วควรจะมีเหตุผลอะไรอีก